เมื่อวันพุธยืมเรื่องนี้มาดูค่ะ

อิคิงามิ  สาส์นสั่งตาย

 

 

ป็นภาพยนต์อีกเรื่องที่ได้แรงบัลดาลใจ หรือตั้งใจเอาจากหนังสือมาทำเลยก็ถูก

เจ้าของบล๊อกเดินงกๆเงิ่นๆในร้านเช่านานอยู่ จึงตัดสินใจหยิบเรื่องนี้มา โดยที่ไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนเลย

ด้วยความเห็นที่ว่า คงราวๆเดียวกับเดธโน้ต

 

*** บางช่วงที่สปอยจะใช้ตัวหนังสือสีจางนะคะ ใครอยากอ่านก็ลากคลุมเอา **

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์กรที่ืทำเพื่อความรุ่งเรื่อง และความสงบสุขของประเทศชาติ

องค์กรนี้ออกกฏหมาย ให้ประชาชนทุกคนฉีดวัคซีนชนิดหนึ่ง เมื่ออายุ 6 ขวบ 

ในวัคซีน บรรจุแคปซูลที่บรรจุสารพิษที่จะไปแตกสลายที่หลอดเลือด อาร์เทอรี่ (หลอดเลือดแดงใหญ่ที่หัวใจ)

ซึ่งไอ้เจ้าแคปซูลที่ว่านี่ จะแตกตัวเมื่อคนนั้นอยู่ในช่วงอายุ 18 - 26 ปี (ประมาณนี้)

ไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าแคปซูลนี่จะแตกเมื่อไหร่  มันก็เท่ากับว่าเมื่อเราย่างเข้าอายุ 18 ปี

ความตายสามารถมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะนั่งผึ่งพัดลม เขียนบล็อกอยู่บ้านไปวันๆก็ตาม (เอ๊ะ)

 

จากคำกล่าวที่ว่ากันว่า  คนเราจะสำนึกชั่วดีำได้ ก็ต่อเมื่อกำลังจะตายแล้ว

ความกลัวการตายที่จะมาเยือนชีวิต ทำให้คนหลายๆคนรีบทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยปราถนา

ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณค่ามากที่สุด (เหมือนที่โฆษณาประกันชีวิตชอบเอามาใช้)

จุดนี้คือ สิ่งที่กฏอิคิงามิเอามาใช้ การทำให้คนอายุวัยหนุ่มสาว ตระหนักในการมีชีวิตอยู่ ทำทุกวันให้มีความหมาย

มากกว่าการปล่อยชีวิตให้ล่วงเลยไปโดยไร้ค่า

 

แต่เจ้าแคปซูลนี่ จะแตกตัวเป็นแบบสุ่ม ไม่สามารถบอกได้เลยว่า ใครจะตายเป็นรายต่อไป

ดังนั้น จึงมีคนทั้ง คนดี คนธรรมดา คนไม่ดี ที่ต้องตายเพราะกฏอิคิงามิ

ถึงกระนั้น การแตกตัวแบบสุ่มนี้เอง ทำให้ประเทศดังกล่าวมีจำนวนอาชญากรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

(ไม่ใช่ฮวบฮาบแบบในเดธโน้ตสินะ)

จึงสามารถกล่าวได้ว่า กฏนี้ถือเป็นกฏที่นำสันติ ความสงบสุข และความรุ่งเรื่องมาสู่ประเทศ

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 ในเรื่องเป็นการเล่าเรื่องผ่านบันทึก ของนายฟุจิโมโต้ ซึ่งเป็นคนในองค์กรดังกล่าว

เขามีหน้าที่ส่งเอกสารให้แก่ผู้ที่กำลังจะตายด้วยกฏอิคิงามิภายใน 24 ชั่วโมง

ซึ่ง ผู้ที่กำลังจะตายด้วยกฏนี้ จะถือเป็นบุคคลที่เสียสละเพื่อชาติ สามารถ กิน เที่ยว เดินทาง

และอื่นๆได้ฟรี รวมถึงสิทธิพิเศษบางประการ

(จนกว่าจะตายในอีกไม่กี่ชั่วโมง ดูเหมือนไม่คุ้มกันหรอกนะ)

 

การเริ่มต้นการทำงานของฟุติโมโต้ เริ่มที่การนำสาส์นอิคิงามิ ไปให้นักร้องคู่ดูโอคนนึง

ซึ่งเป็นมือกีตาร์ และเสียงประสาน ชายคนนี้ได้เข้าวงการก็เพราะเมื่อก่อน

เขาเปิดหมวกร้องเพลงดูโอกับเพื่อน แต่งเพลง และร้องร่วมกัน จนเป็นที่กล่าวขวัญ

ต่อมาทางค่ายเพลงจึงมาจีบเข้าสังกัดไป แต่เพื่อนของเขาไม่มีโอกาส (ทั้งๆที่เพื่อนหล่อกว่าแต๊ๆ )

เหมือนกับความเป็นเพื่อนขาดลงนับแต่นั้น

 

ส่วนรายที่สอง เป็นลูกชายของผู้สมัครส.ส.หญิง ที่สนับสนุนกฏอิคิงามิแบบสุดโต่ง และใช้กฏนี้หาเสียง

ตั้งแต่เด็กมา เขาคนนี้ได้รับความกดดันในฐานะลูกชายคนเดียวมาตลอด การเรียนต้องเลิศ อะไรก็ต้องดีไปหมด

ในเมื่อถึงจุดที่เกินกว่าที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว แม่กลับไม่พอใจ และกล่าวตัดขาดกับลูกบังเกิดเกล้า

ด้วยสาเหตุที่เขาไม่สามารถทำผลงานของเขาให้แม่พึงพอใจได้ 

เขาสติแตก และวันๆเอาแต่คลุกอยู่ในห้อง เล่นเกมไปวันๆ โดยไม่มีเป้าหมายของชีีิวิต 

แม้แต่แม่ของเขาก็ไม่เหลียวแล พ่อที่ต้องคอยตามติดแม่ไปเรื่อย

ทำให้เหมือนว่าเขาอยู่เพียงคนเดียว ไร้คนใส่ใจ ดูแล

 

ส่วนรายสุดท้าย เป็นเรื่องเกี่ยวกับ พี่น้องคู่หนึ่ง ที่กำพร้าพ่อและแม่ เนื่องจากอุบัติเหตุตอนเด็ก

ทำให้คนพี่บาดเจ็บ  และน้องสาวตาบอดนับแต่นั้น

น้องสาวจึงโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ส่วนคนพี่ก็พยายามหาเงิน เพื่อที่จะได้หาที่อยู่ใหม่

ที่เพียงพอกับทั้งเขาและน้อง รวมถึงการส่งน้องให้ได้เรียนหนังสือให้สูงๆ (เป็นตัวอย่างที่ดีม๊าก)

เขาโกหกน้องในหลายๆเรื่อง เพื่อให้น้องสามารถรับเงินของเขา อาชีพที่เขาทำอยู่ หน้าตาตัวเองหล่อมาก(??)

รวมถึงการโกหกเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิตตัวเอง ที่ต้องเสียสละให้กับประเทศชาติ ด้วยกฏอิคิงามิ

สาส์นอิคิงามิ ที่มาระหว่างทางที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี เขาจะทำยังไงกับชีัวิตที่เหลืออยู่

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเรามากที่สุดร้องไห้โฮ ขี้มูกโป่งเลยทีเดียว

 

ความตายครั้งแล้วครั้งเล่า นำมาซึ่งสิ่งที่ทั้งน่าจดจำ และสะเทือนใจ

และจบด้วยความสูญเสียของผู้ที่รักผู้เสียชีวิต

มันยุติธรรมหรือกับการพรากชีวิตของคนๆหนึ่ง ที่จะทำให้ประเทศเกิดความรุ่งเรือง

และมีสันติได้ โดยที่ไม่เลือกหน้าว่าคนนั้นจะเป็นใครดีชั่วอย่างไร และมีอะไรที่เขาเหลืออยู่ในชีวิต

ทั้งๆที่ยังมีคนอีกมากที่ยังใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร แต่ก็ยังอยู่รอดได้จนทุกวันนี้..

และคนที่ต้องตายไปกลับเป็นคนที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า..

มันใช่วิธีที่ถูกต้องจริงๆเหรอ?

 

 

ตอนแรกเราก็คิดว่าเรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องธรรมดา ให้แง่มุมแนวคิดแปลกๆใหม่ๆได้

แต่หนังเรื่องนี้ให้มากกว่านั้น ถือว่าเป็นหนังดีอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดค่ะ

 

 

ใครชอบหนังแนวนี้ ลองหาเรื่อง

The Village
เรื่องนี้เสนอการควบคุมคนให้อยู่ในศีลธรรมความดีได้เจ๋งมาก แต่ถ้าใครคุ้นงานแนวของผู้กินกับคนนี้แล้ว
อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะมันยังแซมดราม่านิดๆด้วย เพิ่มอรรถรส

The Matrix (ไม่ต้องทรานสโพสนะคะ อิชั้นเกลียดมัน555+)
แต่อันนี้น่าจะจัดว่าอยู่แบบเดียวกับเดธโน้ตได้ แนวดำเนินเรื่องแอบครือๆกัน

 อะไรอีกล่ะ ลืม...

 -----------------------------------------------------------------------------------------------

 แนวคิดที่ได้จากเรื่อง

การนำความตายมาเป็นใจสำคัญของเรื่อง ว่าด้วยการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เพราะำไอ้แคปซูลมันอาจจะแตกเมื่อไหร่ก็ได้นั้น สามารถโยงไปพระพุทธศาสนาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ต๊าย  นี่เราธรรมะธรรโมมากขึ้นเหรอ??

ปกติเราเป็นคนไม่ค่อยปลื้มการสอนพระพุทธศาสนาในห้องเรียนซักเท่าไหร่

แทนที่การสอนจะให้เราตระหนักถึงการทำความดีคุณค่าของการทำประโยชน์

ดั๊นทำให้เราตระหนักถึงคะแนน และการส่งงาน

ทำให้คนต่างมองว่าวิชานี้เป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปซะอย่างนั้น

 

ความประมาท ที่เป็นตัวแทนแคปซูลที่อยู่ในร่างการของเรา หลังจากรับวัคซีนไปแล้ว

ไม่ใช่คำว่าประมาทในแบบ เมาอย่าขับ ขับรถอย่าประมาท  ผมไม่ได้ประมาทนะจ่า อย่าจับผม

หรือคำว่า ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย

เราว่านั้นไม่เคยตรงกับคำว่า ประมาท ในพระพุทธศาสนาเลย

เรื่องความประมาท พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเทศนา ว่า จงดำรงตนโดยไม่ประมาท

ไม่ใช่หมายถึง ข้ามถนนต้องระวัง ขับรถต้องอย่าประมาท ระวังโน่นนี่นั่น

แต่หมายถึง  การดำรงชีวิตให้มีประโยชน์ และคุ้มค่ามากที่สุดในทุกๆเวลา

เพราะความตายสามารถมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด วัยใดก็ตาม

ทุกคนล้วนไม่รู้ความตายของตัวเองดังนั้นควรใช้ชีวิตทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

(ถ้าอ่านเข้าใจแล้วจะรู้ว่าความหมายต่างกันแบบสุดๆ = ='')

 

ดังนั้น ถึงเราๆท่านๆ ไม่ได้โดนจับฉีดวัคซีนแบบนั้น แต่ก็อย่าลืมว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

รีบทำอะไรที่อยากทำ ทำความดี
ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ตั้งแต่วันนี้นะจ้ะ

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ให้ความเห็นด้วยน้า~~

 

ปัจฉิมลิขิต   + ดูเรื่องนี้ ผิดจากที่คาดมาก เป็นหนังที่ดีจริงๆ ชักอยากอ่านการ์ตูน

                  + เสาร์หน้าคะแนนแกะแพะออกแล้วค่ะ จะทำอะไรก็รีบทำนะคะ T T

                  + เราว่าเรื่องนี้คนดูน้อย เพราะโปสเตอร์และความหล่อ(น้อย)ของฟูจิโมโต้ด้วยแหละ

                   ตอนจะยืมมาก็คิดตั้งหลายรอบว่ายืมดีไหมเนี่ย

นินทาสาวข้าง(ม)ห้อง     วันก่อน เพิ่งจะได้คุยกับชีตัวเป็นๆ แต่ชีเข้ามาทักเราก่อนและ

(คอลัมภ์ใหม่์์?)               ถามคะแนนวิทย์จุฬาแล้วเดินจากไป   .......                                  

                                    วันต่อมา ก็มาหาเพื่อนเรา ถามคะแนนวิทย์จุฬา

                                    แล้วก็เดินจากไป...

                                    ปกติเราจะถามคะแนนแต่กับคนที่เขายินดีให้ถาม

                                    และรู้จักมักจี่พอถึงจะกล้าุถาม 

                                    เจอกี่รอบชีก็ถามแต่คะแนนๆๆๆๆๆอ่ะค่ะ    สนทนาเรื่องอื่นบ้างก็ได้นะ = =''                     

(ไม่ใช่ชีที่อยู่ในวัดแน่ๆ อยากรู้ว่าอะไรวะ กรุณาหลังไมค์)

 

edit @ 8 Aug 2009 19:00:25 by @o*Tangmae*o@

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้ที่บ้านกำลังฮิตอ่านเรื่องนี้อยู่เลย เพิ่งถึงเล่ม 3 แต่เราเพิ่งถึงเล่ม 2 555 เหตุเพราะอ่านเล่ม 1 จบแล้วคืนต่อมาเก็บไปฝันว่าเพื่อน***มันกำลังจะตายในวันพรุ่ง ก๊ากกก เป็นตุเป็นตะมาก = =
แต่มันดีจริงแหละ ถ้าไม่นับตอนที่หนึ่ง แต่ทุกตอนจบอย่างให้ข้อคิดกินใจ

ส่วนเรื่องหน้าพระเอก ในหนังนี่พอคล้ายในหนังสือนะเนี่ย 55 แต่เราว่านักร้องที่ตายหล่อกว่าเพื่อนนะ(ในหนังสือ) 55

อื้อหือ ตังเมสรุปอย่างมีสาระสุดๆ !! แต่เห็นด้วยนะ

#6 By Pengๆ/docoro on 2009-08-27 17:02

ชื่อสะใจมากพี่ตังเม

=[]=

ส้มขอแอดพี่ตังเมเน้อ บลอคน่ารักมาก=[]=ชอบๆopen-mounthed smile

#5 By # Cooolkid99 on 2009-08-18 19:40

จ้า
ขอบใจน้าน้องสาว
พี่สาวก็คิดมากไปเองด้วยมั้ง
เหอะๆ

มาเม้นhi5พี่สาวด้วยนะคิคิ
คิดถึงมากๆน้า
confused smile ด๊วฟๆ
แวะมาตอบค้าบ
ขอบคุณที่แวะบล็อกพี่นะคับ
พี่อยู่ "วิดยาคอม" จุฬาฯคับ
แต่วันนั้นไปถ่ายภาพที่วิศวะ แหะๆ

#3 By hackerlife on 2009-08-11 20:10

ไม่เคยได้ยินการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ อ่านบล็อกนี้แล้วชักอยากอ่านและอยากดูหนังซะแล้ว

เขียนข้อคิดเห็นได้ดีครับ ชอบตรงเรื่องความไม่ประมาทนี่แหล่ะ โดน!! Hot! Hot!

#2 By hackerlife on 2009-08-10 21:19


มายืนยันว่าการ์ตูนควรค่าแก่การอ่านมากจ่ะ
เป็นดราม่าแบบที่เราชอบเลย รันทดมีเหตุผล

พระเอกเลือกมาได้หน้าเหมือนในการ์ตูนมาก (ฮา)


จริงๆเรื่องถามคะแนนเนี่ยสมัยมัธยมเราไม่เจอเลยนะ
เพราะโรงเรียนเราชิวมากไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องคะแนน

แต่ถ้าก้าวเข้ามาอยู่ในคณะที่คนส่วนใหญ่เนิ้ดเนี่ย
ถามกันทุกวันจนเอือมล่ะจ้า โดยเฉพาะคนไม่สนิทกัน
(เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกันน่ะสิ! ฮา..)


คิดซะว่า ชี อยากจะคุยกับเราละกันนะ555

#1 By k n o c t u a on 2009-08-08 20:56