Review

ในที่สุดเราก็ได้ดูเรื่องนี้~~~!!! เรื่องที่กวาดรางวัลจากหลายสถาบันจนที่เป็นกล่าวขาน

พอเข้าฉายที่เครือลิโด้คนก็ดูกันแทบทะลักโรง

ของเค้าดีจริงๆนะจ้ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มจากรายการชื่อดัง ที่นิยมไปทั่วโลก (บ้านเราก็มีจำได้ไหม?)

" Who Wants To Be A Millionaire " 

รายการที่เปิดโอกาสให้คนทางบ้านร่วมสนุกในการตอบคำถาม

เพื่อชิงรางวัลเิงินมูลค่าสูงสุด 2 ล้านรูปี

ซึ่งเปลี่ยนจากคนจนๆ มาเป็นมหาเศรษฐีได้เลยทีเดียว

จามาล (jamal) เป็นแค่พนักงาน(เสิฟชา กาแฟให้)คอลเซนเตอร์ ที่เติบโตมาจากสลัมในมุมไบ

แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิด เมื่อเขาตอบคำถามได้ทีละคำถาม จำนวนเงินมาขึ้นเรื่อยๆ

คำถามคนดูคือ เขาทำได้อย่างไร?

จุดประสงค์ของการมาเล่นครั้งนี้คืออะไรกันแน่

แต่ละคำถาม ตั้งแต่ข้อแรก จนถึงข้อสุดท้าย

ได้เล่าเรื่องราวในชีวิตเขาทีละนิด ทีละน้อย

เรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของชายคนนี้ ถูกเล่าผ่านคำถาม

ซึ่งคำตอบนั้น ก็มาจากเรื่องราวทั้งชีวิตของเขาเอง...

 

 

ตอนแรก เราเข้าใจอย่างผิดมหันต์ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการเอาเงินไปช่วยสลัมเสียอีก

(ชนิดว่าทริลลงทริลเลอร์ไม่ได้ดูเลยล่ะ)

แต่ที่จริงหนังเรื่องนี้  มีอะไรที่มากกว่า

การเล่นเกมรายการโทรทัศน์เพื่อชิงเงินรางวัล และก้าวสู่การเป็นเศรษฐี

 

หนังเปิดตัวได้อย่างหดหู่ตามสไตล์คนต่างประเทศเมืองศิวิไล มองชุมชนแออัด

ซึ่งบางคนมองว่ามีแต่เรื่องเลวร้าย และดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย

ทั้งๆที่บางทีแล้วการมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง การหาเงินมาประทังชีวิตได้

นั้นก็เป็นความสุขสูงสุดที่พวกเขาพึงจะมีได้ในแต่ละวัน

เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต..

บางคนมองว่ามันแย่ลง แต่พวกเขากลับมองว่า นั้นก็ยังดีเสียกว่าเดิมที่เขาเป็นอยู่

เหตุการณ์อันแสนธรรมดาของเรา อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนอื่น

 

ถ้าเราดูไปเรื่้อยๆ แม้ว่าสถานการณ์ของเด็กๆ

ที่ชื่อ จามาล พี่ชาย ซาเลบ  และเด็กหญิงกำพร้าที่พวกเขารับมาคือ ลาติกา

จะดูแย่ลงยังไง แต่เราก็จะมองข้ามสถานการณ์เลวร้าย และมองไปยังสิ่งพวกเขาเผชิญอยู่

ซึ่งเดายากมากว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อๆไป

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต

ของจามาล ไม่ได้เปลี่ยนตัวตน และความคิดที่เขาเป็น และเป็นมาเสมอแม้ว่าจะเจออะไรก็ตาม

ในขณะที่ซาเลบนั้น ได้เปลี่ยนตัวตนของตัวเองไปทีละนิดจากสิ่งที่เขาได้พบเจอในชีวิต

การแยกทางระหว่างสองพี่น้อง ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า

ความคิดของคนสองคนที่โตมาด้วยกันอยู่ด้วยกันนั้น

ยังสามารถแตกต่างกันได้อย่างสิ้นเชิง

นั่นเป็นเพราะสาเหตุของการมีมุมมองต่อสังคมที่เป็นอยู่ว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ที่หนังเรื่องนี้ได้นำเสนอขึ้นมา

 

และหนังเรื่องนี้ยังถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กคนนึงที่เติบโตในสลัม

อย่างกำพร้า ซึ่งเป็นจริงในสังคม ผ่านตัวละครถึงสามตัวละคร สามตัวละคร สามทาง

เป็นการแฝงสภาพสังคมผ่านทางภาพยนต์ได้อย่างแนบเนียน

 

 

นอกจากหนังจะแฝงเรื่องราวของสภาพสังคม ทัศนคติ แล้ว

หนังเองก็ยังมีความโรแมนติก ในตอนท้ายๆเรื่องอีกด้วย

(ไม่งั้นเค้าจะเอานางเอกขึ้นโปสเตอร์ทำไมล่ะน้อ ^^'')

ซึ่งดูไม่เกินจริง ซาบซึ้ง และสวยงามมาก (โฮกแรงๆ 1 ที)

แม้จะไม่มีถ้อยคำหวาน(ละเลี่ยน) ที่ร้อยเรียงให้รู้สึกใจลอยละล่อง

แต่ความจริงใจต่างหากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสมจริง และประทับใจยิ่งกว่า

 

 

เรามานั่งคิดๆเรื่องนี้มา 1 วัน (เพิ่งดูจบเมื่อวาน คืนร้านแล้วอ่ะ ซื้อเก็บ!)

เรื่องนี้ถือว่าจะมีแบบแผน

ของการเล่าเรื่อง ชีวิต ทัศนคติ ประวัติศาสตร์ สังคม ความรัก ผ่านตัวละคร ก็ไม่เชิงนัก

 รู้ไหมคะเรื่องแรกที่นำเสนอได้ครบรสแบบนี้ เรื่องแรกที่เราดูคือเรื่องอะไร

.

.

.

ป่าหมากฝรั่ง!!!!!  (บ้านแกเด๊ะ!!)

 

 

 

 
 

 

 (ใครไม่เคยดูก็หามาดูเสีย~~)

สำหรับเราแล้วเรื่องสองเรื่องนี้ นำเสนอในหลายสิ่งหลายอย่าง ในตัวละครเดียว

แต่ประเด็นที่นำเสนอนั้น ต่างกันมากทีเดียว

และจุดเริ่ม และจุดการเดินทางของตัวละครก็ต่างกันมาก

อยากให้หนังไทยทำแนวนี้มั่งจังเลยน้า

หนังไทยยังไม่มีแนวนี้เลยไม่ใช่เหรอ?  ถ้าทำออกมา "ดี" (ต้องดีนะ ขอเลย)

จะเป็นหนังที่ประทับใจคนดูได้มากเลยทีเดียว

เราว่าเป็นแนวหนังที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวของมันเอง ยิ่งใหญ่ที่เรื่องราว ไม่ใช่ส่วนเติมแต่ง

ยิ่งใหญ่จากสิ่งที่คนดูได้รับ ซึ่งจะตราตรึงใจคนดูได้อีกนาน..

 

ส่วนตัวละครที่แสดง ขอไม่พูดอะไรมาก เพราะไม่เคยดูผลงานอื่นๆมาก่อน ^^

พูดถึงฝีมือ เราก็ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว

และเรื่องหน้าตานั้นก็คมเข้มสไตล์อินเดียนั้นแหละน้อ

 

มุมกล้อง ภาพ เรียบเรียง

ในคราวแรกเรารู้สึกว่า นำเสอได้ปวดหัวเอาเรื่อง แต่ถ้าชินแล้ว

ก็จะเห็นได้ว่า แปลกใหม่ สามารถตัดภาพไปๆมาๆ โดยที่คนดูไม่รู้สึกปวดทางเดินอาหาร

โดยเฉพาะได้ถ่ายสถานที่สำคัญอย่างทัชมาฮาลล์ก็นำเสนอภาพของสถานที่ได้อลังการ

 

 

จึงเป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะพูดว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

และเราก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเราไม่ได้สปอยล์อะไรเลยนะ 555+

วันนี้ขอบังอาจเขียนวิจารณ์หนังเพียงเท่านี้ ถ้ามีจุดติชม บอกได้เลยนะคะ รับฟังๆ ><~

ขอลาแต่เพียงเท่านี้นะจ้ะ นายจ๋า%~~~~~~

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบจ่ะนาย (วิ่งข้ามเขากลับเกาะ)

 

 ปัจฉิมลิขิต  เบนจามินต์  บันตั้นมาเดือนหน้า  มาตอนมรสุมชีวิตเลยนะ

                   แล้วตูดอง dvd มากี่เรื่องแล้ว (รอลดราคา)

                   หมดแรงอัพไปหลายวันเลย เหนื่อยมาก งานเยอะช่วยกันรดน้ำหน่อยนะคะ

edit @ 15 Jun 2009 20:19:13 by @o*Tangmae*o@