เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม - 1 สิงหาคม เราไปค่ายมา
ค่ายนี้แยกชายหญิงออกจากกัน บรรยากาศเปลี่ยน แต่ก็สนุกไปอีกแบบ
เป็นค่ายที่น่ากลัวมาก ไปกันข้ามเดือนเลยทีเดียว (2 วัน 1 คืนเนี่ยนะ)
ทำให้อดสังเกตไม่ได้ว่าป้ายตรงเวทีข้างหน้า จะต้องติดไว้เสมอว่าเป็นค่ายอะไร
โรงเรียนไหนมา วันไหนถึงวันไหน คนทำป้ายคงบ่นเืปลืองโฟมพิลึก 555+
แค่อยู่โรงเรียนก็รวมญาตินิดๆแล้ว ตั้งแต่เพื่อนกลุ่มตอนม.ต้น (พยายาม) แห่มานั่งรถคันที่ 1
ซึ่งมันมีแค่ห้อง 1 กับ 3 หารู้ไม่ มีเพื่อนห้องอื่นเนียนมาด้วย ฮา~
ตัวค่าย ซึ่งอยู่ไกลมากกก จังหวัดนนท์นี่เอง แต่อยู่ริมจังหวัดเต็มที เลยพบทุ่งนาอยู่รอบวัด
เหมาะแก่การเล่นมุข "เฮ้ย แก ไปทำอะไรอยู่ในนา" (มือชี้น้องควาย)
ด้วยความที่ วัดอยู่ไกลจากถนนใหญ่ไป(ไม่)นิด โชเฟอร์ขับถึงกับปวดกบาลในการหาทางเข้าวัด
เพราะทางมันก็แคบ โค้งที่ก็หักศอก ชวนระทึกซะไม่มี นอนอยู่มีกิ่งไม้ฟาดหน้าทักทาย (แบบเรา)ก็มี
ถึงวัดแล้ว ก็พบว่า เล็กกว่าที่คิดไว้ แต่ก็ถือได้ว่าหรูหราพอควรเมื่อเดินสำรวจในวันที่สอง
ที่หลับที่นอนก็ เป็นหอนอนขนาดใหญ่ แยกกัน ห้องเลขคี่นอนข้างล่าง ห้องคู่นอนชั้นบน
แต่เกิดเหตุสุดวิสัย ห้องคู่ลงมานอนข้างล่างเป้นจำนวนมาก (มาก) รวมถึงเพื่อนเราด้วย
ดังนั้นมันก็คือรวมญาตินั้นแหละ 5555+
กิจกรรมวัดนี้ ได้การันตีมาจากม.6 ว่า ง่วงสุดๆ! แต่โชคดีที่ วันแรกตอนบ่ายเอง
พี่อี้ แทนคุณ เจ้าของแฟนพันธ์แท้ความสัมพันธ์ไทย-จีน มาเป็นวิทยากรพิเศษให้
ด้วยความบังเอิญว่าพี่เค้ามีธุระแถวนี้ บวกกับเจ้าอาวาสรู้จักพี่เป้นการส่วนตัวด้วยละมั้ง เลยเชิญมา
พี่อี้เพิ่งจะรู้ว่า พี่ท่านจบโทจิตวิทยา สามารถอธิบายบุคคลที่ยืนขึ้น และตอบคำถามเค้าแค่คำถามเดียว
ลักษณะนิสัยบุคคลิก และรวมถึงสิ่งที่ควรปรับปรุงด้วย
คำถามที่พี่เค้าถามคือ "ตั้งใจจะเข้าคณะอะไร"
ตอนแรกเพื่อนที่อยู่ต่างห้องกัน และนั่งห่างกับเราเป็นเมตรๆ ลุกขึ้น พี่เค้าก็ อธิบายๆ หลังจบคำเหล่านั้น
เสียงแซ่ดๆ ว่าตรงๆออกมาติดๆ
ด้วยความอยากลอง ของหลายๆคน รวมถึงเราด้วย ก็เลยพรวดไปให้ดูมั่ง
เพื่อนกลุ่มเดิมเราออกไป 100% เลยแฮะ = ='' (มิน่า มันอยู่กันได้ XD~~~)
แล้วเค้าก็ดูในเพื่อนเรา ได้ ตรงมาก ถึงมากที่สุด
เสียดายที่เราไปอยู่ท้ายแถวไปนิด เลยได้อธิบายคร่าวๆน้อยนิด
พี่อี้บอกว่า เรา จริงจัง มีโลกส่วนตัว มีจินตนาการ และมองอะไรก็เป็นการ์ตูนได้ =[]=!!!!
ประโยคหลังทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่ในแถวเรา ฮากร้ากกันเลยทีเดียว
แล้วเพื่อนก็บอกว่า ตรง =[]=!!
และพี่เค้าก็ฝากว่า ถ้าจะเข้าสถาปัตย์ ก็เข้าได้ เหมาะ ก็ลองเอาจินตาการ + การ์ตูน มาประยุกต์ด้วย จะดี
ทำเอาอิ่มอกอิ่มใจไปน่าดู
รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เล่นบ้าง นั่งฟังเฉยๆบ้าง กับพี่อี้ 3 ชั่วโมง (บ่ายโมงถึงบ่าย 4 กว่า)
ทำให้เพื่อนเราหลายๆคน ปลื้มชนิดมองตาไม่กระพริบเลยทีเดียว แถมยังถ่ายรูปด้วยมือถือ
(ที่ตอนประถม เค้าย้ำนักย้ำหนาว่า ไม่ให้เอาไปนะ!!) เป็นสิบๆรูป ฮา~~~
บางคนก็ อยากเรียนจิตวิทยาขึ้นมาทันที
เรื่องดีๆ กิจกรรมดีๆที่ทำในบ่ายวันนั้น ก็ถือไว้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้จากค่ายต้องขอบคุณพี่อี้มา ณ ที่นี้ด้วย
^/\^
พอเย็นก็ทำกิจกรรมอื่นๆตามปกติ หนักไปทางนั่งสมาธิ และเดินจงกรม
จนเราบรรลุอรหันต์ด้วยการเดินจงกรมไปหลับไปสำเร็จ
ถ้าถือคติว่า ไม้แก่ดัดยาก ก็คงอธิบายค่ายนี้ได้ ว่าทำไมถึงได้ปล่อยนักเรียนให้หลับระเนระนาดได้เช่นนี้ ฮา~~
พอถึงเวลาเข้านอน เราไม่นอน มันยังไม่ถึงเวลานอนของเค้าซักหน่อย =w= (สามทุ่มกว่า)
เลยนอนคุยกับเื่พื่อน 3 คน เรื่องต่างๆที่ไม่สามารถรู้ได้ เมื่ออยู่ต่างห้องกัน
คิดไปคิดมา ก็ตรงอย่างที่เค้าว่านะ เพื่อนที่คบกันอย่างจริงใจที่สุด คงไม่พ้นช่วงม.ต้น
เพราะเพื่อนกลุ่มนี้เค้ารักม้ากมาก ><~
คุยไปคุยมา อาจารย์ทัศนีย์ กุลสตรีไทย(เติมเอง) ปิดไฟตอน 4 ทุ่มครึ่งค่ะ =[]=!! (อาจารย์จบหญิงล้วนนี่หน่า)
ดังนั้น เราจึง คลุมโปง คุยต่อ (เวร) แต่ไม่น่ารบกวนใครได้ ยกเว้นไอ้แจน(ไม่ใช่ซาโตรุนะ)
ที่นอนข้างผนัง นอนถัดจากเรา 1 ช่วงคน บ่นอุบอิบว่าอะไรคุยกันง๊องแง๊งๆ ลุกนั่งเป็นระยะๆ
ทั้งๆที่เจ้นันที่นอนข้างเรา หลับปุ๋ยสนิท แถมยังละเมอออีกด้วย XD~
กว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืน
กำหนดเวลารวมตัวตี 4 ครึ่ง เพื่อนที่แอคทีฟตื่นตี 3 บางอาบน้ำบางแต่งตัวคอย
ส่วนท่านอาจารย์ทัศนีย์ กุสตรีไทย (ชุดนอนเริ่ดมาก) เปิดไฟให้ตอนตี 4 ม่ายยยย
เรากับเพื่อนตื่นมันตี 4 = ='' เปลี่ยนชุด แปรงฟัน ล้างหน้า แค่นั้นแหละ พอแล้ว 555+
กิจกรรมก็ ทำวัตร นั่งสมาธิ (หลับต่อ) รวมถึงจุดเทียนระลึกพระคุณด้วย
จบพิธีก็ถึงข้าวเช้า ดูจะระเนระนาดอีกแล้ว ปกติเค้าให้มากินที่อาสนะเดิม เป็นแถวๆ
แต่เรากับเพื่อน จับกลุ่มเป็นวงกลมกินกันเลยทีเดียว รวมญาติกันชัดๆ
กินเสร็จจะให้เวลาอาบน้ำจริงๆ แล้วก็เปลี่ยนชุดนร.กัน มาทำกิจกรรมต่อ
รอกิจกรรมเริ่ม ก็มานั่งรวมญาติกันอีก คุยเรื่องต่างๆนานา ทั้งรู้ และไม่รู้ อัพเดตข่าวเพื่อนกันเป็นว่าเล่น
(ข้าวนึ่งอัพเดตไม่ทันวุ้ย ข่าวตีกันวุ่นเลย ฮา~~~)
ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆเลยแฮะ ^^
กิจกรรมต่อไปก็ไม่ต่างจากเดิม นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
บางคนนั่งสมาธิเข้าขั้นได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ โดยการหลับตัวโน้มไปแหมะกะพื้น คล้ายท่าคำนับ
โอ้ ได้คำนับพระอินทร์แล้ว เหนือเซียนจริงๆ XD~~~
แล้วก็นั่งกินข้าวรวมญาติมื้อสุดท้าย อาจารย์ซื้อขนมหวานมาประปราย ให้แบ่งกินเป็นกลุ่มๆ
เราก็ กินแหลกเช่นกัน หนมหวาน จะเหลือเร้อ 555+
ไม่นานก็ได้ปิดพิธี และก็กลับโรงเรียน
กลับโรงเรียนก็ได้ งานเข้าอีกแล้ว T[]T กีฬาสี โครงงานฟิสิกส์ โครงงานไทย รายงานสังคม
เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บมาเพราะไม่ได้เอาเจ้าเครื่องที่มีกล้องไป
งั้นจะไถ่โทษโดยการเอารูปของวัดโพธิ์ที่เราไปทำโครงงานมาลงแล้วกัน XD~
(จะเขียนตอนไปวัดโพธิ์แหละ แต่ว่าแบตหมด กว่าจะมีอารมณ์อัพก็ลืมไปซะเยอะแล้ว)
ประตูทางเข้า สวยเนอะ
ชอบภาพนี้มากที่สุดละ
55+
รั่วได้อีก
ด้วยความหวังดี
ยักษ์ทรงฝรั่ง =[]=!!!
รูปคณะผู้จัดทำยังไถ่มาไม่หมดเลยอ่ะ = =''
ติดไว้ก่อน 555+
ปล. ดูจากเวลาอัพ แล้วอ่านเอนทรี่ที่แล้ว อยากตบหัวตัวเอง
ปล2. ไปค่ายนี้ ตรงตามคาดหมายเรื่อง คุณเจ้ากรรมนายเวร และ คุณหน้าจืด รวมถึง ไอ้คุณ.... (ยังไม่ได้ตั้งชื่อ)
บางเรื่องที่เพิ่งได้รู้ก็เป็นเรื่องที่ รู้ก็ดี แต่บางเรื่อง ไม่น่าไปตรัสรู้เองเลยให้ตายเถอะ =[]=
ปล3. ค่ายผู้ชายสบายกว่ามากมาย ได้ข่าวว่ากินกันซักมื้อวัดเค้าแทบขาดทุน = =' ได้นอนเยอะอีก
ปล4. เม้นท์รูปหน่อยก็ดีนะคะ 5555+
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจ้า